อุทาหรณ์! บัตร ปปช. หายกลายเป็น “ผู้ต้องหา 9 คดี” ยากจนแล้วยังโดนคดีที่ไม่ได้ก่อ !

อุทาหรณ์! บัตร ปปช. หายกลายเป็น “ผู้ต้องหา 9 คดี” ยากจนแล้วยังโดนคดีที่ไม่ได้ก่อ !
    สาวเมืองช้างทำบัตรประชาชนหายเมื่อ 3 ปีก่อน จู่ๆ หมายเรียกโผล่ กลายเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงถึง 9 คดี มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท วอนสังคมช่วยด้วย ไม่ได้ก่อคดีแต่ต้องวิ่งเรื่องคดีจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ด้านแม่ร้องไห้สงสารลูก ทำทุกทางแล้วยังช่วยลูกไม่ได้

   วันที่ 19 มีนาคม 2560 น.ส.ชนัญธิดา ป้อมทะเล พร้อมด้วยนางเพ็ญศรี ป้อมทะเล มารดา ได้เดินทางเข้าพบผู้สื่อข่าวที่สำนักงานสุรินทร์นิวส์ เพื่อขอความช่วยเหลือ หลัง น.ส.ชนัญธิดา หรือชื่อเดิม น.ส.จิราภา เผยว่า ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนหล่นหายที่กรุงเทพฯ เมื่อ 3 ปีก่อน และได้มีการแจ้งความบัตรประชาชนหายไว้ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 และมีการถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนใหม่แล้ว
   แต่กลายเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงถึง 9 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท หลังมีหมายเรียกจากสถานีตำรวจทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทั้งที่ไม่เคยไปเปิดบัญชีธนาคารและทำบัตร ATM จนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ฐานะก็ยากจน แต่ต้องเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียก และต้องวิ่งหาเงินประกันตัวทั้งที่ไม่ได้ทำผิด จึงอยากวอนขอให้สื่อฯ ช่วยสะท้อนความจริงและขอให้ช่วยเหลือด้านกฎหมายและมนุษยธรรม
นางสาว ชนัญธิดา กล่าวว่า วันนั้นตนอยู่ที่บ้านคนเดียว มีไปรษณีย์มาที่บ้าน ส่งซองจดหมายของทางราชการให้ พอเปิดดูเป็นหมายเรียกผู้ต้องคดีฉ้อโกง จึงไปปรึกษาแม่และได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าตำรวจที่ออกหมายเรียกดังกล่าว ซึ่งแนะนำให้ไปปรึกษาธนาคารใกล้บ้าน ทราบว่ามีผู้อื่นแอบอ้างนำเอาบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดสมุดบัญชีในชื่อของตน และได้หลอกผู้เสียหายจำนวนมากให้โอนเงินเข้าบัญชี ตนจึงเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.พังงา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และพบผู้เสียหายว่าตนไม่รู้เห็นในเหตุการณ์พูดคุยทางเฟซบุ๊กด้วยเลย ซึ่งผู้เสียหายที่ถูกหลอกได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ทับปุด จ.พังงา และออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี นางสาว จิราภา ป้อมทะเล สาขา ออลซีซัน กรุงเทพฯ และส่งหมายเรียกตนดังกล่าว
 สำหรับลักษณะการหลอกลวงของคนร้ายที่แอบอ้างเอาบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคารคือ ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Charles Morgan คุยหลอกล่อให้เหยื่อโอนเงินให้ โดยหมายเรียกครั้งที่ 6 -7 คนร้ายเอาบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอิสวิวล์ กรุงเทพฯ ซึ่งกลายเป็นตนมีคดีจากการใช้เฟซบุ๊ก 2 หมายเรียก กระทั่งหมายเรียกครั้งที่ 8 มาจาก สภ.แม่ใจ จ.พะเยา โดยคนร้ายเอาบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจัตรัสจามจุรี กรุงเทพฯ และครั้งที่ 9 เป็นหมายเรียกผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงจาก สภ.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต โดยคนร้ายเอาบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ

 โดยหมายเรียกครั้งที่ 8 ที่ส่งมาจาก สภ.แม่ใจ จ.พะเยา ผู้แอบอ้างนำบัตรประจำตัวประชาชนที่หล่นหายของตนไปขอเปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจัตรัสจามจุรี กรุงเทพฯ โดยไม่รู้ว่าตนได้แจ้งเปลี่ยนชื่อตัวและถ่ายบัตรประชาชนใหม่ในชื่อ-สกุลว่า ?นางสาว ชนัญธิดา ป้อมทะเล? เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2559 ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองสุรินทร์ ล่าสุด ครั้งสุดท้ายถูกใบทวงหนี้จากโทรศัพท์ค่ายดีแทค โดยคนร้ายเอาบัตรประชาชนของตนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ หมายเลข 08-2735-8989 มียอดค้างชำระ 1,660 บาท ตนสะเทือนใจมาก เพราะเงินแค่พันกว่าบาทคุณยังไม่รับผิดชอบ ต้องมาทำให้คนอื่นเดือดร้อน จึงขอฝากผ่านสื่อมวลชนถึงคนร้ายว่า ?ถ้าคุณหยุดได้ก็ขอให้หยุด ตอนนี้ตำรวจยังจับตัวไม่ได้ เพราะคุณเป็นคนถือบัตรประชาชน แต่ตำรวจแจ้งว่าคนในแก๊งคุณถูกจับกุมหมดแล้ว ทางที่ดีอยากให้เข้ามอบตัว มารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ และขอให้หยุดเสียที เงินที่เอาไปใช้ก็คงไม่มีความสุข? สาวดวงซวยผู้เคราะห์ร้าย บอกด้วยว่า ตนไม่เคยเป็นอาชญากร ไม่เคยขโมยเงินของใคร 10 บาท 30 บาท ก็ไม่เคยอยากเอาของใคร
ด้าน นางเพ็ญศรี ป้อมทะเล อายุ 60 ปี มารดา กล่าวว่า ตนมีลูก 2 คน คนโตคือ นางสาว ชนัญธิดา ป้อมทะเล หรือชื่อเดิม นางสาว จิราภา ป้อมทะเล อายุ 36 ปี คนที่ 2 เป็นผู้ชายชื่อ นายจิระพงษ์ ป้อมทะเล อายุ 33 ปี ชีวิตของตนเองลำบากมากต้องดิ้นรนทำมาหากินมาตลอดชีวิต สามีมีอาชีพปั่นสามล้อรับจ้างที่ จ.นครราชสีมา และวิ่งขายน้ำแข็ง ทำทุกอย่างให้ได้เงินมาเลี้ยงลูก ฐานะยากจน อาชีพทำไร่ทำนา มีที่นาอยู่นิดหน่อย พอได้กิน หนี้สินก็มีมากมาย กู้เงินธนาคารมาสร้างบ้าน ตนไม่เคยสั่งสอนให้ลูกคดโกงใคร หรือเปิดบัญชีให้ใคร ที่เป็นแบบนี้เพราะบัตรประชาชนลูกหายไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 แต่มีคนร้ายนำบัตรประชาชนของลูกสาวมาเปิดบัญชีธนาคารในปี พ.ศ. 2559 เริ่มเดินสายเปิดบัญชีตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2559 โดยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร 3 เล่ม 3 บัญชี พร้อมกันในวันเดียว คือ บัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาออลซีซัน กรุงเทพฯ ธนาคารกรุงไทยและธนาคารกรุงเทพ สาขาซีคอน บางแค กรุงเทพฯ
“ทุกวันนี้น้ำตาตก ทุกข์ที่ลูกสาวต้องกลายมาเป็นผู้ต้องหาโดยที่ไม่รู้ตัว แค่บัตรประจำตัวประชาชนหายแค่ใบเดียว ก็สามารถติดคุกได้ จะมีใครที่ช่วยเราหาทางช่วยให้ลูกสาวรอดได้บ้าง สภาทนายความก็ไป ไปอัยการจังหวัดก็ไป กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ดำรงธรรมก็ไป ทนายความตามรายการโทรทัศน์ก็โทร.คุยปรึกษาเขา ทนายความก็แนะนำให้ไปเอาใบแจ้งความบัตรประชาชนหายซึ่งจะใช้แทนตัวเราได้ แต่บางที่เขาก็ไม่ดูเลย ตำรวจบางท่านก็จะเอาใบแจ้งความอย่างเดียว เราไปแจ้งความที่ตำรวจคือแจ้งความแต่ไม่ได้เอาใบแจ้งความเก็บไว้ คิดว่าแค่บัตรประชาชนหายคงไม่มีคดีอะไรขึ้นมาแบบนี้ พอไปขอใบแจ้งความจากตำรวจท่านก็บอกว่าทำลายปีต่อปี ไม่สามารถค้นหาให้ได้ พอหมายเรียกตัวผู้ต้องหาใบที่ 1 และใบที่ 2-4 มาก็วิ่งหาตำรวจซึ่งเป็นน้องของน้าที่ทำงานอยู่ในนั้น บอกเขาว่าวันที่ 30 ต.ค. 2557 ที่ไปแจ้งความว่าบัตรประชาชนหาย ก็เลยได้ใบแจ้งความมาพอได้ช่วยเหลือตรงนี้บ้าง ไม่งั้นลูกสาวก็คงติดคุกฟรีมาตั้งแต่เริ่มแรก หากที่สุดแล้วลูกสาวต้องมาติดคุก เพราะการทำบัตรประชาชนหายแล้วถูกแก๊งมิจฉาชีพเดินสายเปิดบัญชีธนาคารสารพัดธนาคาร แล้วหลอกลวงเหยื่อทางโซเซียลมีเดียและคอลเซ็นเตอร์ โอนเงินเข้าบัญชีชื่อ นางสาว จิราภา ป้อมทะเล ก็คงต้องยอมรับชะตากรรมต่อไป” มารดาของนางสาว จิราภา ป้อมทะเล กล่าว
ข้อมูลและภาพจาก workpointtv

 

ร่วมให้กำลังใจกัน ด้วยการแสดงความคิดเห็น

>

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *