คุณจะทำอย่างไร ? ถ้าวันหนึ่งคู่รักที่สนิทเสน่หามากว่าหกปี มาสารภาพกับคุณว่า

คุณจะทำอย่างไร ? ถ้าวันหนึ่งคู่รักที่สนิทเสน่หามากว่าหกปี มาสารภาพกับคุณว่า
เขาทำผู้หญิงคนหนึ่งท้อง !
say
ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่รักใคร่ใกล้ชิดกันมา นอกจากถูกเนื้อต้องตัวกันธรรมดาแล้ว เขากับคุณก็ยังไม่เคยเกินเลยไปกว่าปกติ คุณอยากจะเชื่อว่าเขาติดกับผู้หญิงคนนั้นคงต้องการจับเขา ! เพราะขนาดนอนร่วมห้องกัน คุณปฏิเสธที่จะให้เขาล่วงข้ามแดนพรหมจรรย์ เขาก็เชื่อ แต่ทำไมกับผู้หญิงที่เขารู้จักเพียงไม่กี่เดือนกลับฉกฉวยเขาไปจากคุณได้ ? คุณเสียใจ…ผิดหวัง…เจ็บปวด แต่ก็อยากจะให้อภัยเขา อยากช่วยให้เขาพ้นบ่วงกับดัก ของผู้หญิงคนนั้น เขาปฏิเสธจะรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้นกับเด็กก็ด้วยเหตุผลที่ว่า เพราะรักคุณ ! และเพื่อเห็นแก่มนุษยธรรมคุณจำเป็นต้องเล่นบทแม่พระ ยกเขาให้กับผู้หญิงคนนั้น สุดท้าย…เมื่อเขาไม่สามารถจะปฏิเสธความรับผิดชอบอันนั้นไปได้ เขาก็กล่าวโทษว่า เป็นเพราะคุณ ! ที่ทำให้เขาต้องไปหาเศษหาเลยเอากับผู้หญิงอื่น เพราะคุณหวงตัวเกินไป เพราะคุณไม่ให้ ความสุขทางเพศแก่เขา เขาจึงต้องตกอยู่ในสภาพอย่างนั้น ! ไหนจะเสียใจ…เจ็บปวด…ไหนจะเสียดายเวลาที่รักกันมา ไหนจะต้องมานั่งทบทวนถามตัวเองว่า… เป็นความผิดของคุณจริงๆ หรือ ที่หวงแหนพรหมจรรย์ไว้ก็เพียงเพื่อเขาคนเดียว…เพียงเพื่อจะรอให้ถึง วันหนึ่งซึ่งคุณกับเขาผูกมัดเป็นคนคนเดียวกันตามกฎหมาย สุดท้ายเจ้าเยื่อพรหมจรรย์นั้นก็ยังอยู่ แต่หัวใจคุณแตกสลาย…คุ้มกันหรือไม่ ? ก็แล้วในทางกลับกัน คุณจะทำอย่างไร ? ถ้า…คุณกับเขารักกันมาตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างแนบสนิทตลอดมา แม้ว่าคุณจะมาจากครอบครัวที่เข้มงวดกวดขัน คุณถือพรหมจรรย์เป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับลูกผู้หญิง แต่เพราะรักเขาอย่างแน่วแน่ มั่นคง คุณจึงมอบตัวมอบใจให้เขาอย่างไม่คำนึงถึงสิ่งใด เพราะแน่ใจว่าเขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวในชีวิตคุณ แต่แล้วพอปีสี่เขาก็ขอเลิกด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า เขายังอยากมีเวลาให้กับตัวเองเพื่อจะเติบโตต่อไป คุณรู้สึกว่ารับไม่ได้ จะทำอย่างไรกับพรหมจรรย์ที่เสียไป ถ้าพ่อแม่รู้เข้าจะต้องเสียใจ แล้วผู้ชายอื่นล่ะ ? เขาจะรู้หรือเปล่าว่าคุณไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ คุณปวดร้าว ขมขื่น เจ็บปวด เสียใจ ฟูมฟายจะให้เขาคืนความรัก คำมั่นสัญญาเก่ามา แต่เขายังยืนยันจะแยกทางไป คุณทนเป็นผู้ถูกปฏิเสธไม่ไหว เขาจะเมินเฉย ต่อพรหมจรรย์ที่พรากไปจากคุณได้อย่างไร ? ในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชายของสังคมไทยทุกวันนี้ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะภูมิใจ และคาดหมายจะเป็นคนสุดท้ายสำหรับผู้ชายนั่นคือ เขาจะเหลวแหลกมีผู้หญิงมากี่คนเธอไม่สนใจ เพียงขอให้เธอได้ชื่อว่า เป็นคนสุดท้ายของเขาตลอดไปก็พอ ในขณะที่ผู้ชายคาดหมายว่า เขาจะเป็นคนแรกสำหรับผู้หญิงคนที่เขาจะแต่งงานร่วมหอลงโรงด้วยเสมอ เพราะฉะนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่ จึงพยายามรักษาพรหมจรรย์ของตนไว้ เพื่อคนที่นักของเธอคนเดียว ทนเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ทะนุถนอมรักษษตัวเพื่อให้มีค่าสำหรับการถูกเลือก ! สังคมได้กำหนดบทบาทให้ผู้ชายเป็นผู้นำ เป็นฝ่ายเลือก ในขณะที่ผู้หญิงต้องเดินตาม และยอมรับการถูกเลือกด้วยความภาคภูมิใจ หากผู้หญิงคนใดแหวกม่านประเพณีออกไป ผลที่ตามมาคือการถูกลงโทษด้วยคำประณาม และด้วยความรู้สึกที่ปลูกฝังมาดั้งเดิมเป็นบทกำหนดโทษ ที่รุนแรงอยู่ในตัวของมันเอง ผู้หญิงจำนวนมากจึงตกอยู่ในกรอบของความกลัว และความกลัวทำให้กลายเป็นคนไร้เดียงสาแม้อายุจะเข้ากลางคน! “สุนีย์” เป็นตัวอย่างของผู้หญิงวัย 30 กว่า ผู้มากับปัญหาแรก แฟนหนูทำผู้หญิงท้อง ! ด้วยวัย 30 กว่าๆ เธอไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเซ็กซ์เป็นอย่างไร ในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่คบหาสนิทสนมกันอยู่ ต่างก็เป็นคนโสดกันทั้งนั้น หันไปทางไหนก็เจอะแต่คนไร้เดียงสา บางคนที่มีสามีมีครอบครัวแล้วก็ไม่มีใครมาคุยให้ฟัง จะพูดเรื่องนี้กับพ่อแม่พี่น้องรึ ? ก็ไม่เคยมีใครคุยกันถึงเรื่องนี้ สุนีย์กับคู่รักคบหากันมาเจ็บปี กำลังจะวางแผนแต่งงาน เธอเป็นคนเรื่อยๆ สบายๆ ” เรื่องกอดจูบภายนอกเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอถึงจุดนั้น หนูจะห้ามเขา เขาก็เชื่อ… เป็นอย่างนี้เรื่อยมา…นี่ถ้าพ่อแม่พี่น้องรู้ว่า เขาไปทำผู้หญิงท้อง ต้องเป็นเรื่องใหญ่ เราคงแต่งงานกันไม่ได้ ” เธอกล่าวด้วยท่าทางจริงจังเคร่งเครียด แต่มองดูอ่อนเยาว์และไร้ความสามารถในการตัดสินใจ สำหรับผู้หญิงวัยนี้ ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับความพอใจของพ่อแม่พี่น้อง มันเป็นความเยาว์วัยที่ถูกเลี้ยงไว้ไม่ให้โต สุนีย์ไม่เคยมีความคิดว่านี่เป็นชีวิตของเธอ เธอต้องเลือกต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง เธอปล่อยตัวเองให้อยู่ในกรอบของสังคมและยอมรับบทบาทที่ถูกยัดเยียดให้โดยคำสั่งสอนของครอบครัว ! เธอเฝ้าถามตัวเองว่า จริงๆ แล้วมันคุ้มกันหรือเปล่าที่เธอรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้ แต่เธอก็เสียเขาไป เสียดายเวลา แล้วจริงๆ แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พรหมจรรย์นั้นมีค่าแก่การรักษาหรือไม่ ยิ่งพิจารณาไปก็ยิ่งไม่เข้าใจ เด็กคนใหม่อายุน้อย ยังสาวอยู่มาก ยิ่งเธอกล้าเสี่ยงปล่อยตัวปล่อยใจ คนของเราหรือจะไม่หลงใหล ? ก็แล้วเวลาแห่งความใกล้ชิดมาหลายปีมันไม่มีค่าผูกใจผู้ชายไว้ บ้างเชียวหรือ ? และสิ่งที่เธอต้องการทราบต้องการคำตอบที่ชัดเจนต่อไปก็คือ จริงๆ แล้วผู้ชายอดใจเรื่องเซ็กซ์ ไม่ได้เชียวหรือ ทำไมผู้หญิงเราจึงอดทนกันได้เป็นปีๆ โดยไม่มีอะไรกับใคร แต่ผู้ชายเขาใกล้ชิดคนไหน ก็เผลอตัวเผลอใจไปได้ทุกที่ ? ทำไม ? …มันเป็นความอ่อนแอหรือความมักง่ายในสันดานของผู้ชายกันแน่ ? ก็แล้วในกรณีของ “จัน” สาวน้อยวัย 21 ปีนี้ล่ะ ? เธอกล้าเสี่ยงมอบตัวมอบใจให้เขาด้วยความหวัง ที่จะให้เขาเป็นคนแรกและคนสุดท้าย แต่ทำไมเขาจึงไม่เห็นคุณค่าพรหมจรรย์ของเธอ ? ทำไมผู้ชายจึงไม่คิดว่า ผู้หญิงทุกคนหวงตัวหวงพรหมจรรย์ของเธอแค่ไหน การมอบให้จึงมีความหมายสำหรับเธอมากมาย และมันเป็นสิ่งที่เธอคาดหวังว่า เขาควรจะทะนุถนอมความรู้สึกนี้ไว้ด้วยความภาคภูมิใจ ! ในสังคมไทยมีผู้หญิงมากมายที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับสุนีย์และจัน ซึ่งเป็นตัวแทนของพฤติกรรมที่ตรงข้าม แต่ตั้งอยู่บนรากฐานเดียวกัน คือความเชื่อมั่นยึดมั่นในพรหมจรรย์ แต่ผลลัพธ์ของทั้งสองคนก็ออกมาตรงกัน คือต่างก็สูญเสียคนรักของตนไปด้วยเงื่อนไขของฝ่ายชาย ในขณะที่จากการตอบแบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นของผู้ชายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลสำรวจออกมาตรงกันที่ว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชายปรารถนาจะแต่งงานกับผู้หญิงพรหมจรรย์ ขณะเดียวกันสถิติการหย่าร้างของคู่สมรสที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า พรหมจรรย์ไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการผูกมัดชีวิตสมรสไว้ได้ ตรงกันข้าม การขาดประสบการณ์ทางเพศของฝ่ายหญิงกลายเป็นข้ออ้างที่ผู้ชายนำไปใช้แสวงหาความสุขทางเพศ กับผู้หญิงอื่น หรือในสังคมไทยการที่สังคมยอมรับการมีภรรยามากกว่าหนึ่งคน ทำให้กลายเป็นเงื่อนไข ข้อผูกมัดให้ผู้หญิงต้องกักขังตัวเองไว้ในกรอบพรหมจรรย์มากขึ้น เพราะหากพลาดไปจะทำให้คุณค่าด้อยลง สำหรับการแข่งขันเพื่อเป็นฝ่ายถูกเลือก ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า จริงๆ แล้วผู้ชายใช้อะไรเป็นมาตรฐานในการเลือกผู้หญิงกันแน่ พรหมจรรย์หรือประสบการณ์ทางเพศ ? หรือในอีกความหมายหนึ่ง จริงๆ แล้วผู้ชายอาจไม่มีมาตรฐานอะไรที่แน่นอนชัดเจน เพียงอาศัยโอกาสของสถานการณ์ทางสังคมที่ถูกกำหนดให้เหนือกว่า มาใช้ในการเอาเปรียบผู้หญิง หรือในอีกความหมายหนึ่ง ผู้หญิงปล่อยตัวเองให้อยู่ในขอบข่ายของความคาดหวังของสังคม โดยที่สังคมไม่ได้รับประกันเลยว่า การรักษาพรหมจรรย์ไว้จนคืนวันแต่งงาน จะเป็นใบรับประกัน ความยืนยาวของชีวิตสมรส หรือการยอมเสี่ยงเอาพรหมจรรย์เข้าแลกกับความมั่นคงของผู้ชาย ก็เป็นเงื่อนไขที่ใช้ไม่ได้อีกเช่นกัน ถ้ากระนั้น ตรงจุดไหนที่ผู้หญิงควรจะยืนหยัดเพื่อสิทธิ และเสรีภาพในการตัดสินใจ เกี่ยวกับขั้นตอนของความสัมพันธ์ทางเพศของเธอกับผู้ชาย ? และไม่ว่าผู้หญิงจะมีความมั่นใจในตัวเองขนาดไหน หรือเป็นผู้หญิงสมัยใหม่เพียงใด ตราบที่เรายังอยู่ในสังคมไทยเราไม่ควรมองข้ามขนบธรรมเนียมประเพณี หรือความเชื่อถือ ทางสังคมไทยเกินไปนัก และการติดอยู่ในกรอบประเพณีมากเกินไป ก็ทำให้ผู้หญิงเราขาดการเรียนรู้ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ หรือไม่อาจทำหน้าที่ภรรยาของเราอย่างมีความสุขไปพร้อมกันได้ด้วย เรื่องของเซ็กซ์ หรือความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องละเอียดอ่อนลึกซึ้ง เป็นความต้องการขั้นพื้นฐาน ของมนุษย์เราจึงห้ามไม่ให้ผู้ชายคิดเรื่องเซ็กซ์ พูดเรื่องเซ็กซ์ หรือหยุดความต้องการเซ็กซ์ไม่ได้ แต่เมื่อตัดสินใจที่จะเสี่ยง ผู้หญิงควรพร้อมที่จะเผชิญกับผลลัพธ์ที่จะตามมา เพราะคำว่า “เสี่ยง” อาจหมายถึง “ได้หรือเสีย” เท่าๆ กัน ถ้าเสี่ยงแล้วทำให้เกิดการเรียนรู้และผูกใจเขาไว้ได้ก็นับเป็นโชคดี แต่ถ้าเสี่ยงแล้วสุดท้ายไปด้วยกันไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เราก็ควรยอมรับการสิ้นสุดความสัมพันธ์ อย่างคนที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา เพราะเราเป็นฝ่ายตัดสินใจเสี่ยงเอง การจะฟูมฟายเสียดายพรหมจรรย์ หรือติดอยู่ที่ว่าเสียให้เขาไปแล้ว เราจะต้องเป็นของเขาไปตลอดไป เป็นความคิดที่ทำร้ายตัวเอง หรือไม่ให้โอกาสตัวเองพบคนที่ดีกว่า ในความรักความสัมพันธ์ของหญิงชาย เปรียบเหมือนการเดินทางมาพบกันคนละครึ่งทาง เราทุกคนต่างรู้ขอบเขตตัวเอง ถ้ายึดติดกับพรหมจรรย์ก็ควรรอให้ถึงวันแต่งงาน แต่ถ้าก้าวข้ามแดน ตัวเองออกไป ก็ต้องพร้อมจะรับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือทางลบ ในเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศเป็นความร่วมมือของคนสองคนที่จะต้องให้ และรับไปพร้อมกัน จึงไม่มีใครเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าได้เป็นความพึงพอใจก็ได้ทั้งสองคน ถ้าเสียก็เสียด้วยกัน แต่เมื่อความสัมพันธ์ยุติลง ควรทำใจหยิบยกเอาความสุขที่เคยมีร่วมกันมาเก็บไว้ในความทรงจำที่ดีต่อกัน เพราะถ้าเราดื้อดึงดันที่จะฉุดรั้งเขาเอาไว้ให้ได้เพียงเพราะคิดว่า เราให้พรหมจรรย์เขาไปแล้ว ลองนึกถึงภาพความทุกข์อันยาวนานที่จะทอดสะพานรอเราอยู่แล้ว ความสุขที่เคยมีก็จะจางหายไป ชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไปสำหรับทั้งหญิงและชาย ? เพราะฉะนั้นผู้หญิงคนไหนทำใจยอมรับ การสิ้นสุดความสัมพันธ์ไม่ได้ ก็ไม่ควรเสี่ยง และไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานภาพใดก็ตาม ไม่มีใครบอกคุณได้ว่าเมื่อไร และกับใคร คุณควรเสี่ยง ไม่ควรเสี่ยง คุณเท่านั้นที่จะต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาตัดสินใจด้วยตัวเอง มองหาพลังในตัวเองดูว่า มีมากน้อยเพียงใดกับการเผชิญกับผลลัพธ์ที่จะตามมา ถ้าไม่พร้อมก็จงยับยั้งใจไว้ก่อน แต่ถ้าไม่คิดจะลองเสียเลย ก็อาจพลาดโอกาสจากการใช้ชีวิตเพศกับคนที่เรารักก็ได้ จุดสำคัญที่ควรต้องพิจารณาอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ “เซ็กซ์” เป็นเรื่องของความสุข เมื่อก้าวเข้าไป จงแสวงหาความสุขให้เต็มที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่าเราเท่านั้นเป็นฝ่ายเสียพรหมจรรย์เพื่อเขา เป็นความผิดของเราต่างหากที่ไม่รู้จักตักตวงความสุขจากความสัมพันธ์ในครั้งนี้ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้จำไว้เสมอว่า “ไม่มีอะไรที่สายเกินไป สำหรับการตั้งต้นใหม่ !”

ร่วมให้กำลังใจกัน ด้วยการแสดงความคิดเห็น

>

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *