ทำไมจึงท้องได้ทั้งๆ ที่ยังคุมกำเนิด?

ทำไมท้องได้

ก็เพราะว่า
การนำไปใช้จริงมีโอกาสใช้ผิดพลาดได้ เช่น ลืมกินยา กิน/ฉีดช้ากว่ากำหนด เป็นต้น ทำให้%  ในการคุมกำเนิดน้อยลงไปอีก

วิธีการคุมกำเนิดที่นิยมใช้ แต่โอกาสพลาดสูง และไม่เหมาะกับการใช้เป็นวิธีการคุมกำเนิด 
การนับระยะปลอดภัย หรือ หน้า 7 หลัง 7 ปัญหาคือ
1) การนับหน้าเจ็ดมักคลาดเคลื่อนเนื่องจากประจำเดือนมักมาไม่ตรง และแม้ว่าจะมาตรงก็ไม่ได้ความว่าเดือนต่อไปจะมาตรงเช่นเดิมอีก เพราะประจำเดือนเลื่อนคลาดเคลื่อนได้
2) ส่วนหลังเจ็ด มักนับผิดเป็นวันสุดท้ายของประจำเดือน (แทนที่จะเป็นวันแรก) หรือเหลือวันปลอดภัยหลังประจำเดือนมาเพียงไม่กี่วัน วิธีนี้ถือว่าประสิทธิภาพต่ำที่สุด

การหลั่งภายนอก
การหลั่งภายนอกเป็นวิธีป้องกันการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพต่ำ เพราะว่าในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์กันนั้น อาจมีอสุจิออกมากับน้ำหล่อลื่นแล้วบางส่วน หรือเมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอดแล้วฝ่ายชายถอนอวัยวะเพศออกมาไม่ทัน ทำให้มีโอกาสท้องได้

ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดมีน้อยกว่า 85%
เนื่องจากในรอบประจำเดือน หากไข่ตกแล้ว มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ต่อให้กินยานี้ไปก็ไม่ได้ผล
วิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ก็ยังมีโอกาสพลาด
ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผง
วิธีนี้มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อใช้จริงจะมีโอกาสพลาดได้ เนื่องจากต้องกินทุกวันให้ตรงเวลา ทำให้มีโอกาสลืม ทำให้ประสิทธิภาพต่ำลง (แต่ก็ดีกว่ายาคุมฉุกเฉินอยู่ดี)

แผ่นแปะคุมกำเนิด วงแหวนคุมกำเนิด และยาฉีดคุมกำเนิดชนิด 1 เดือน 
เป็นเทคโนโลยีที่ออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดเช่นเดียวกับยาเม็ดชนิดแผง แต่ไม่ใช้วิธีการกิน ใช้ภายใน 1 เดือนเช่นเดียวกัน มีคุณภาพสูงมาก แต่ก็มีโอกาสพลาดได้ เช่น

– แผ่นแปะคุมกำเนิดต้องเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เดือนละ 3 แผ่น ความพลาดจะอยู่ที่แปะแล้วลอกหลุดก่อน หรือ เริ่มแปะแผ่นใหม่ไม่ตรงเวลา
– วงแหวนคุมกำเนิด ใส่ 1 วงที่ช่องคลอดบริเวณปากมดลูก อยู่ได้ 1 เดือน ประสิทธิภาพจึงดีกว่า และปัญหาห่วงหลุดมีน้อยมาก
– ยาฉีดคุมกำเนิด ฉีด 1 ครั้งอยู่ได้ 1 เดือน ประสิทธิภาพค่อนข้างสูงกว่าเพราะโอกาสพลาดแทบไปมี เนื่องจากยาได้กระจายในร่างกายตั้งแต่ตอนฉีดแล้ว

ถุงยางอนามัย มีประสิทธิภาพสูงมาก หากใช้อย่างถูกต้องสามารถเป็นวิธีเดียวที่สามารถป้องกันท้องและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่การใช้จริงอาจจะพบปัญหาฉีกขาดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ใส่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้น และอื่นๆ ทำให้ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดจากการใช้จริงลดน้อยลงไปอีก
วิธีการคุมกำเนิดที่ไม่นิยม แต่มีประสิทธิภาพสูง 

ยาฉีดคุมกำเนิด 3 เดือน มีประสิทธิภาพสูงถึง 99.7% โอกาสพลาดมีเพียงการไปฉีดไม่ตรงตามนัดหมาย ทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจริงมากถึง 97%
ข้อเสีย คือทำให้ประจำเดือนไม่มาหรือกระปริดกระปรอย ผู้หญิงจำนวนมากจึงไม่เลือกวิธีการคุมกำเนิดนี้
ห่วงคุมกำเนิด ใช้ได้นาน 5 และ10 ปี มีประสิทธิภาพจากการใช้จริงสูงถึง 99.4% มีกลไกไปกีดขวางการฝังตัวของไข่ในมดลูก ดีแบบนี้แต่หาบริการได้ยาก เนื่องจากโรงพยาบาลของรัฐในประเทศไทยปัจจุบันมักไม่มีบริการนี้
ยาฝังคุมกำเนิด มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงคือ 99.95% มีชนิด 1 หลอด กำเนิดได้นาน 3 ปี และ 5 ปี

ร่วมให้กำลังใจกัน ด้วยการแสดงความคิดเห็น

>

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *