อุปกรณ์ที่หาได้ไม่ยาก และจำเป็นสำหรับการเลี้ยงกุ้งแคระ

ก่อนที่เพื่อนๆจะสามารถเลี้ยงกุ้งแคระ สายพันธุ์ต่างๆได้นั้น เพื่อนๆ ก็ต้องมีอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นสำหรับพวกเค้าก่อนน่ะครับ
ผมจะขอพูดถึงกุ้งแคระที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดและดูแลง่ายที่สุดก่อนนะครับ…กุ้งแคระพันธุ์นั้นคือ…..กุ้งเชอรี่ ครับ เลี้ยงง่ายสุด อึดสุด ไม่ต้องดูแลกันมากมาย บางคนบอกไว้ว่า
กุ้งเชอรี่นั้นเลี้ยงในบ่อปูน กินตะไคร่น้ำ ให้โดนแดดเช้าบ้าง ให้อาหารเสริมเป็นครั้งคราว สีจะแดงสด และให้ลูกเยอะมากครับ กุ้งเชอรี่พวกนี้
แพร่พันธุ์เก่ง ออกลูกเก่งมากๆเราเลี้ยงๆไปซักพักถ้าแน่ใจว่าที่เลี้ยงเรามีตัวผู้และตัวเมีย ก็จะค่อยๆ เห็นไข่ เห็นลูกตัวน้อยๆ กันน่ะครับ โดยระยะเวลาไข่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ครับ วิธีแยกเพศก็สังเกตุได้จากสรีระของกุ้งครับ ถ้าตัวผู้จะค่อนข้างเรียวๆ หน่อย ตัวเมียจะตัวใหญ่กว่ากลมกว่าเพราะมีถุงท้องที่ด้านล่างนะครับ ตัวเมียจะมีช่วงที่สามารถดูกันง่ายๆครับ ก็คือช่วงที่ด้านหลังค่อนไปทางหัวจะมีสีเหลืองๆ หน่อย มีเพื่อนบางคนบอกว่า อันนั้นเป็นไข่ครับ ก่อนที่จะเคลื่อนที่ลงมาที่ท้อง ส่วนตัวไหนมีไข่ที่ท้องแล้วล่ะก็ ตัวเมียแน่นอนครับ ฟันธง !! ดังนั้นต่อไปเรามาดูอุปกรณ์ต่างๆกันดีกว่า…

เริ่มกันที่อุปกรณ์หลักๆ ของพวกเค้ากันเลยดีกว่า
1. บ้านของกุ้งครับ
เพื่อนหลายคนในที่นี้เท่าที่ผมได้พูดคุยมา ได้จัดบ้านของพวกเค้าให้อยู่ในที่ต่างๆหลากหลายรูปแบบ เช่นกาลามัง, บ่อปูน, ตู้ปลา และ อื่นๆ
เอาเป็นว่าผมจะพูดถึงแต่ที่นิยมที่สุดสำหรับการเลี้ยงพวกเค้าก็แล้วกันนะครับ…สิ่งนั้นคือ ตู้ปลา ครับ…แต่พอมาเลี้ยงกุ้ง ก็กลายเป็นตู้กุ้ง 😛
เพราะพวกเราจะได้เชยชมความน่ารักความสวยงามของพวกกุ้งแคระทั้งหลายได้ไม่ยากนัก ตู้ที่ดีขนาดก็จะอยู่ที่ประมาณ 24″ ขึ้นไปครับ
จะเป็นตู้ปลาธรรมดาหรือเป็นตู้พรรณไม้น้ำก็ได้ครับเค้ายิ่งชอบเลยที่พูดว่าตู้ควรจะใหญ่ไว้ก่อนนะเพราะว่าเจ้าพวกกุ้งพวกนี้แม้จะตัวเล็กแต่พวกเค้าก็ชอบว่ายน้ำไปมา
เดินเล่นไปทั่วๆเช่นกันนะครับแถมถ้าตู้ใหญ่ ก็หมายถึงมีที่หลบภัยเพียงพอ สำหรับกุ้งจำนวนมากด้วยครับ อีกทั้ง ตู้ใหญ่ยังมีปริมาณของเสียในตู้น้อยกว่า ตู้เล็กๆครับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าจะเลี้ยงในตู้นาโน(กำลังเป็นที่นิยม) ที่ขนาดเล็กกว่านี้ไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องขยันดูแลกันมากขึ้นเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ หน่อยครับ และไม่ลงกุ้งจนแน่นตู้เกินไปนักสำหรับการเปลี่ยนน้ำ จำไว้ว่า เปลี่ยนทีล่ะน้อยๆ แต่บ่อยๆ ดีกว่า เปลี่ยนทีล่ะมากๆ นะครับ การเปลี่ยนน้ำก็ดูจากสภาพน้ำ สภาพของเสียในตู้ และแต่ล่ะครั้งควรเปลี่ยนน้ำประมาณ 20-30% ก็พอครับจำไว้ว่า เปลี่ยนน้อยๆ แต่บ่อยๆ ดูดของเสียออกบ้างแต่ไม่ต้องทั้งหมด เพราะอาจจะดูดแหล่งอาหารของพวกเค้าออกไปด้วยครับ 🙂

2. วัสดุรองพื้น
สำหรับกุ้งเชอรี่ ที่ไม่ค่อยต้องพิถีพิถัน อะไรกะเค้ามากนัก มีหรือไม่มีวัสดุรองพื้นเค้าก็อยู่ได้ครับ…….แต่ถ้าให้ดี และงดงามเพื่อนๆ ก็จัดวัสดุรองพื้นที่หาได้ไม่ยากให้พวกเค้าหน่อยนึงที่เห็นจะนิยมจัดให้พวกเค้ากันก็น่าจะเป็น ดินภูเขาไฟ นิล(หินสีดำๆ) กรวดไม้น้ำ กรวดแม่น้ำ หินลูกรัง(เม็ดกลมๆแดงๆ)เพียงแต่ล้างให้สะอาดก็สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุรองพื้นสำหรับพวกเค้าได้แล้วครับ วัสดุรองพื้นบางชนิดอาจมีทั้งความสวยงามและมีประโยชน์สำหรับพวกเค้าด้วย เช่น ดินภูเขาไฟ
เพราะสามารถลดค่า pH ได้ด้วยครับ ส่วนตัวแล้ว ผมใช้อยู่ 2 อย่างคือ ตู้นาโนจัดดินภูเขาไฟ ให้เค้า แล้วก็ตู้ อีกใบ จัดเป็น นิล(หินสีดำ) เพื่อที่จะให้เชอรี่สีแดงๆ เด่นๆของเชอรี่ตัดกันกะสีดำของนิล น่ะครับ 🙂

3. กรองน้ำ
กรองต่างๆ หลายชนิดสามารถนำมาใช้เลี้ยงกุ้งแคระได้ครับ เพียงแต่ว่าเราต้องดัดแปลง ปรับปรุงไม่ให้รุนแรงเกินไปจนทำให้ด้านดูด ดูดเจ้าพวกลูกๆ กุ้งที่น่ารักของเราขึ้นไปเป็นกุ้งปั่น หรือด้านปล่อยน้ำ ปล่อยลงมารุนแรงจนน้ำวนทั่วทั้งตู้น่ะครับ….กรองธรรมดาๆ อย่างเช่นกรองฟองน้ำก็สามารถใช้ได้ดีและเพียงพอสำหรับการเลี้ยงพวกเค้าแล้วครับ ส่วนตัวผมแล้วผมใช้กรองแขวนครับ เพียงแต่ต้องหาอะไรมาอุดด้านดูดไว้เพื่อไม่ให้ดูดลูกกุ้งขึ้นไป…สามารถใช้ฟองน้ำเจาะรูตรงกลางแล้วยัด+พันไว้กะท่อดูด ก็ได้ ส่วนตัวแล้วตอนนี้ผมใช้ใยแก้วพันไว้ครับ แต่จะพบปัญหาการอุดตันภายในไม่กี่วันต้องถอดออกมาล้างเรื่อยๆครับ… ด้านปล่อยน้ำให้เติมน้ำจนล้นไปถึงขอบด้านบน เพื่อไม่ให้น้ำตกลงมาแรงเกินไปครับ วัสดุกรองต่างๆนั้น…..สำหรับกุ้งเชอรี่นั้นมีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับเพียงแต่หมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอๆ ก็เป็นใช้ได้ครับ 🙂

4. อาหาร แหล่งอาหารและยารักษาโรค
กุ้งแคระทุกประเภทนั้นจะอยู่ได้ดีและรู้สึกปลอดภัยเพียงพอเมื่อมีที่ให้เค้าหลบภัยบ้าง และสำหรับกุ้งเชอรี่ควรอย่างยิ่งที่จะจัดที่หลบๆสำหรับแม่พันธุ์ที่จะสลัดลูกน้อยๆออกมาในที่ๆ ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเค้านะครับ (กุ้งอื่นๆบางชนิดจะปล่อยลูกให้ลอยออกไปแบบแพลงต้อน) สิ่งที่ใส่ในตู้ที่นิยมกันมากที่สุดสำหรับกุ้งแคระนั้นคือ มอส ชนิดต่างๆครับ ไม่ว่าจะเป็น จาวามอส วิลโล่มอส ฯลฯ. มอสเป็นทั้งที่หลบภัยและแหล่งอาหารของกุ้งครับ กุ้งจะไปเกาะและหาอาหารที่ติดมากะมอส อาจจะเป็นตะไคร่น้ำ หรืออื่นๆ ดังนั้นกุ้งจึงสามารถอยู่ได้ดีในตู้พรรณไม้น้ำด้วยครับ ……..เรื่องของการลอกคราบ เราจะเห็นคราบของกุ้งบ่อยๆ ระหว่างการลอกคราบนั้น กุ้งจะอ่อนแอมากดังนั้นที่หลบภัยจึงจำเป็นอย่างยิ่ง อาหารเสริมสามารถให้ได้ตามความเหมาะสมครับไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดสำหรับกุ้งโดยเฉพาะ อาหารจมสำหรับปลาแพะ หรือแม้แต่ ผักบางชนิดครับ สำหรับยารักษากุ้งแคระนั้นยังไม่มีกันอย่างแพร่หลาย ปกติเพื่อนๆ จะใช้ใบหูกวางแช่ในน้ำครับ เมื่อเปื่อยๆแล้วสามารถเป็นอาหารให้กุ้งของพวกเราได้ด้วย และพึงระลึกว่ากุ้งแคระไม่ชอบเค็มนะครับอย่าใส่เกลือลงไปในตู้เชียว แต่สำหรับแคลเซียมนกแล้วเพื่อนๆบางคนบอกใช้เพื่อเสริมแคลเซียมให้กุ้งได้ ช่วยในการลอกคราบและออกลูกครับโดยการขูดลงไปนิดหน่อยหลังจากเราเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกครั้ง 🙂

5. อุปกรณ์อื่นๆ
สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ เราสามารถจัดให้กุ้งของพวกเราตามความเหมาะสมได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นไฟ ถ้าในที่ๆ แสงแดดธรรมชาติส่องไปไม่ถึงนั้นเราก็ควรติดตั้งไฟให้พวกเค้า เปิด-ปิด ตามเวลา ตะวัน จะดีที่สุดครับ หรือ แล้วแต่ความเหมาะสม ต่อไปคือ เทอโมมิเตอร์ เราควรมีไว้อ่านค่าอุณหภูมิในตู้ ถ้าร้อนเกินไปย่อมไม่ดีแน่นอนครับ กุ้งไม่ชอบร้อน แต่ถ้าเป็นเชอรี่จะทนได้ดีในระดับนึงเลยทีเดียว ถ้าเพื่อนๆ เจอปัญหาความร้อน ก็ต้องนี่เลย…พัดลมครับ (ถ้าเป็นชิลเลอร์ก็จะดีถ้างบถึงนะครับ) พัดลมช่วยลดอุณหภูมิได้ครับ2-3 องศาเลยทีเดียว ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดของตู้นะครับ ไม่งั้นกลายเป็นทะเลแน่ๆ เพราะมีแต่คลื่นบนผิวน้ำ เราสามารถเป่าจ่อไปที่น้ำได้เลยครับ แต่ถ้าให้ดีเพื่อนๆ แนะนำว่า ควรจะตั้งเป่าไปที่ผิวของน้ำ จะสามารถลดอุณภูมิได้มากขึ้น ส่วนตัวผมแล้วเป่าไปที่กรองน้ำครับ ตรงที่น้ำตกลงมานั้นแหละ ได้ผลดีครับ 🙂

ร่วมให้กำลังใจกัน ด้วยการแสดงความคิดเห็น

>

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *